ข้อควรรู้เกี่ยวกับ การตั้งหิ้งพระในห้องนอน
ในบ้านเรือนของคนไทยซึ่งส่วนใหญ่เป็นพุทธศาสนิกชน ห้อง ๆ
หนึ่งที่มีความสำคัญซึ่งชาวพุทธทุกคนควรจะมีไว้ในบ้านมาแต่ครั้งโบราณ คือ "ห้องพระ"
แต่อย่างไรก็ตาม บางบ้านก็มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่
จึงไม่สามารถที่จะแบ่งห้องใดห้องหนึ่งเป็นห้องพระได้
หลายคนจึงเลือกที่จะตั้งหิ้งพระในห้องนอน ด้วยเห็นว่า
เป็นห้องที่มีความเหมาะสมที่สุด
แต่
ทั้งนี้ทั้งนั้น
การตั้งหิ้งพระในห้องนอนก็มีข้อจำกัดถึงความไม่เหมาะสมอยู่บ้างในกรณีที่
เป็นห้องนอนของชายหญิงที่อยู่เป็นคู่สมรส
เพราะอาจมีกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมต่าง ๆ ภายในห้องนอน เช่น
การเปลี่ยนเสื้อผ้า การร่วมหลับนอน เป็นต้น
ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นห้องนอนคนโสด สามารถตั้งหิ้งพระได้ แต่ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะจัดหิ้งพระไว้ปลายเตียงนอน เพราะถือเป็นการลบหลู่อย่างมาก
นอกจากนี้ ควรตั้งอยู่ห่างจากที่นอน เช่น หากห้องนอนมีพื้นที่ว่างพอ
ควรทำผ้าม่านหรือม่านกั้นแบ่งไว้ ด้วยเหตุที่ว่า
เราอาจนอนเผลอแสดงท่าทางที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าองค์พระ เหตุผลอีกประการ คือ หาก
เราต้องการนั่งสมาธิ เจริญภาวนาต่อหน้าองค์พระ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ
เมื่อเห็นเตียงหรือที่นอนแล้วจะทำให้ผู้นั่งเกิดความรู้สึกขี้เกียจ
จะทำให้นั่งได้ไม่นาน หรือ จิตไม่มีสมาธิอยู่กับการนั่งสมาธิก็เป็นได้
สำหรับ
เรื่องของการจัดตั้งหิ้งพระให้เหมาะสม ในกรณีที่ตั้งติดกับฝาผนัง
ควรตั้งหิ้งพระในตำแหน่งที่สูงกว่าศีรษะของคนเรา หรือ
หากวางบนหลังตู้ก็ต้องดูขนาดความสูงด้วย
เพราะหากตั้งหิ้งพระต่ำกว่าศีรษะคนเรา
จะทำให้คนในบ้านจะไม่มีโอกาสเจริญก้าวหน้า อาชีพการงานเติบโตช้า
จะถูกลดตำแหน่งลดบทบาทสายงาน และที่สำคัญ หิ้งบูชาต้องสะอาด
หมั่นดูแลมิให้มีฝุ่นจับองค์พระหรือรูปเทพต้องสะอาด
หากปล่อยให้หิ้งบูชาสกปรก คนในบ้านจะเจ็บป่วยและทำมาค้าขายไม่ขึ้น
นอกจากนั้นแล้ว ควรหมั่นเปลี่ยนน้ำเปล่า
และดอกไม้สดที่บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนหิ้งเป็นประจำ
อย่าปล่อยให้ดอกไม้แห้งเฉาคาทิ้งไว้ เพราะจะทำให้คนในบ้านมีชีวิตขึ้น ๆ ลง ๆ
ไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่นั่นเอง
ทั้งนี้ การจัดวางทิศทางของห้องพระและโต๊ะหมู่บูชาก็เป็นสิ่งสำคัญ
โดยมักจะหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศตะวันออก หรือทิศเหนือ
การหันไปทางทิศใต้ และทิศตะวันตกเป็นสิ่งไม่ดี
ซึ่งอาจเกิดสิ่งที่ไม่เป็นมงคล และการไม่รุ่งเรืองของหน้าที่การงานต่าง ๆ
ของคนในบ้านตามความเชื่อถือที่มีต่อ ๆ กันมา อย่างไรก็ตาม ยังมีความเชื่อสำหรับการจัดวางในทิศทางต่าง ๆ ของผู้ที่เกิดในแต่ละปี (ขึ้นกับความเชื่อของแต่ละคน) ดังนี้
1. เจ้าของบ้านเกิดปีชวด ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศเหนือเด็ดขาดเพราะจะส่งผลให้เจ้าบ้านเกิดอันตรายอย่างใหญ่หลวงจนถึงขั้นเสียชีวิต
2. เจ้าของบ้านเกิดปีฉลู ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเด็ดขาดจะส่งผลให้เจ้าบ้านเกิดการเจ็บป่วยอย่างกะทันหัน
3. เจ้าของบ้านเกิดปีขาล ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเด็ดขาดจะส่งผลให้ผู้หญิงและสมาชิกในครอบครัวเกิดอันตรายได้
4. เจ้าของบ้านเกิดปีเถาะ ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาไปทางทิศตะวันออกเด็ดขาดจะส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงคนในบ้านจะเสียชีวิต
5. เจ้าของบ้านเกิดปีมะโรง ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเด็ดขาด จะส่งผลให้คนในบ้านเกิดการเสียหายทั้งชายและหญิง
6. เจ้าของบ้านเกิดปีมะเส็ง ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เด็ดขาด เพราะจะส่งผลให้คนในครอบครัวมีความยุ่งยากที่สุดจนหาความสงบสุขไม่ได้
7. เจ้าของบ้านเกิดปีมะเมีย ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศใต้จะส่งผลให้เกิดเรื่องราวอัปมงคลขึ้นภายในบ้าน
8. เจ้าของบ้านเกิดปีมะแม ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เพราะจะส่งผลให้ครอบครัวเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นอย่างไม่คาดฝันได้
9. เจ้าของบ้านเกิดปีวอก ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เพราะจะส่งผลให้เกิดเรื่องร้าย ๆ กับสมาชิกเพศชายในครอบครัว
10. เจ้าของบ้านเกิดปีระกา ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เพราะจะนำความทุกข์โศกมาเยือนครอบครัวจนต้องร้องให้อยู่เสมอ
11. เจ้าของบ้านเกิดปีจอ ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเด็ดขาดจะส่งผลร้ายให้สมาชิกในครอบครัวอย่างมากถึงขั้นเสียชีวิตได้
12. เจ้าของบ้านเกิดปีกุน ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะส่งผลให้เกิดเรื่องร้าย ๆ ในครอบครัวอยู่ตลอดเสียเงินเสียทองขึ้นโรงขึ้นศาล
เหนือ
สิ่งอื่นใดในการจัดห้องพระและหิ้งพระในบ้าน
นอกจากความเชื่อและความศรัทธาของเจ้าของบ้านซึ่งจะจัดวางให้เหมาะสมที่สุด
เพื่อเป็นสิริมงคลแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การเคารพบูชา
และดูแลหิ้งพระอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงประพฤติตัวอยู่ในศีลในธรรม
เพื่อให้เกิดสิริมงคลแก่ตัวเราเอง นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดนะคะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น